‘way’ มรรค ทาง และการเริ่มต้น

2 03 2007

ขออนุญาตเก็บงานจากนิตยสาร way ของ บก.อธิคม ไว้ในบล็อกสักเล็กน้อย เพราะคิดว่าน่าจะไม่มีโอกาสหาในเว็บ มีโอกาสได้รับการคัดเลือกเป็นคอลัมนิสต์ของ way ก็ดีไม่หยอกหรอก ทว่าเสี่ยงตาย หรืออาจจะตายไปแล้วและเราไม่รู้ตัวก็ได้ อันเนื่องมาจากคอลัมนิสต์แต่ละคนเก๋าๆ ทั้งนั้น ที่จริงขอถอนคอลัมน์ไปตั้งแต่จบเล่ม 4 แล้ว แต่ บก.อธิคม ดึงๆ เอาไว้ ไม่รู้ทำไม ทั้งๆ ที่หากเราเป็นบอกอ เรายกไปแล้ว

แรกเริ่มเดิมที ที่อธิคมบอกเปิดหัวนิตยสารใหม่แน่ ก็ตกปากรับคำว่าจะเขียนคอลัมน์ให้ ในอารมณ์โรแมนติก ประมาณ ความใฝ่ฝัน อุดมคติ ต่อเรื่องราวในโลก แต่นั่นมันก่อนการรัฐประหาร และก่อนที่สถานการณ์บ้านเมืองตลอดปี 49 จะดูดกลืนความฝันความงามของชีวิตไปจนหมดสิ้น (แต่ชั่วคราว) พอเริ่มต้นเขียนจริงๆ จึงไม่ได้มีอะไรที่พาฝันเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามส่วนดีที่สุดในความคิดของเราก็คือ ชื่อคอลัมน์ ที่วันดีคืนดีมันก็โผล่เข้ามาในหัว ในวันคืนที่ทบทวนตัวเองว่า เราเป็นใคร มาถึงตรงนี้ด้วยอะไร อะไรก่อรูปก่อร่างสะสมให้เราเป็นเรา และชื่อคอลัมน์นี้นี่เอง ที่เป็นที่มาของชื่อบล็อกนี้ ‘โรมานซ์ไม่ได้สร้างในวันเดียว’

……………………………………

‘เดือนตุลา’ การปะทุของความใฝ่ฝัน
(กลางเดือนกันยา ก่อนการรัฐประหาร 1 วัน หลังวันที่พ่อ ผู้ซึ่งบังคับให้ข้าพเจ้าอ่านหนังสือพิมพ์จากโลกนี้ไป)

ตอนที่ ‘คนเดือนตุลา’ ออกมารบรา มาฟาดฟันทางการเมือง มาตัดพี่ตัดน้อง ตัดมิตร ตัดสหาย เลือกข้างไล่ หรือเลือกข้างปกป้องคุณทักษิณ ชินวัตร อยากรู้ไหมว่า คนรุ่นใหม่ รุ่นหนุ่มรุ่นสาวทุกวันนี้รู้สึกอย่างไร

‘ไม่รู้สึกอะไรเลย’ คือคำตอบ

เพราะสำหรับคนหนุ่มสาวนั้น เหตุการณ์แบบนี้อาจจะคล้ายกับนักเรียนร่วมสถาบันตีกัน หรืออย่างมากก็เป็นเรื่องของกลุ่มก๊วนทางการเมือง หรือบางทีอาจจะสงสัยว่า คนเดือนตุลาคือใคร สำคัญอย่างไร และทำไมสื่อต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น

ที่จริงแล้ว คำเรียก ‘คนเดือนตุลา’ นั้น เกี่ยวข้องกับคนหนุ่มคนสาวมากเสียยิ่งกว่าชายหรือหญิงวัยกลางคนที่โลดแล่นอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือจอทีวีทุกวันนี้เสียอีก

เพลงของวงการะเกด เพลงเพื่อชีวิตแนวๆ ของวัยรุ่น (สมัยเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว) ร้องเอาไว้เป็นท่อนสร้อยว่า

“เจ้าหนุ่มเจ้าสาวเอย เจ้าเคยแล้วหรือยัง
เจ้าหนุ่มเจ้าสาวเอย เจ้าเคยแล้วหรือยัง
ตายเพื่อสร้าง เอ๋ย ตายเพื่อสร้างเสรี”

เนื้อเพลงแบบนี้อาจจะเชยไปสำหรับหนุ่มสาวสมัยนี้ แต่กินใจสำหรับคนรุ่นหนึ่ง ซึ่งความกินใจนั้นมันไม่ได้มีมาเพราะซาบซึ้งในอรรถรสของบทเพลง หากแต่เป็นเพราะบทเพลงมันได้ถ่ายทอดอรรถรสของชีวิตที่วางเป้าหมายไว้เพื่อคนอื่นๆ ที่เหลือในสังคม มากกว่าที่จะมีเป้าหมายของชีวิตเพื่อตนเองหรือคนรอบข้างเท่านั้นต่างหาก

มีหลายวิธีที่จะทำให้ตนเองและคนรักเป็นสุข หนึ่งก็คือการกอบโกย สะสม และใช้ชีวิตให้เป็น แล้วจึงเหลือเผื่อแผ่เพื่อคนอื่น ส่วนอีกหนึ่งวิธีคือ ใช้ชีวิตเพื่อสร้างสังคมให้เป็นสุข แล้วสังคมที่เป็นสุขนั้นจะทำให้เราและคนรักเป็นสุขเอง

บางที ‘ทุนนิยม’ กับ ‘สังคมนิยม’ ก็ต่างกันที่ตรงนี้ ต่างกันตรงที่วิถี ไม่มีอะไรเลวหรือดีมากน้อยไปกว่ากัน

ทว่ามีแต่คนที่ลองได้อุทิศตนเพื่อคนอื่นๆ เป็นวิถี เป็นมรรคาของชีวิต จึงจะซาบซึ้งว่า ชีวิตมีอรรถรสเพียงใด เพราะการมีชีวิตเพื่ออุทิศให้คนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

โลกใบนี้ ไม่ค่อยมีวิธีที่สองให้ใครได้ใช้ชีวิต หรือแม้แต่ลองกับมัน หรือไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอก เพราะแม้แต่การซื้อบุญ หรือเอาส่วนที่เหลือจากการกอบโกยเพื่อเผื่อแผ่คนอื่นก็ไม่ง่ายนัก

หลังวันสึนามิถล่มไทย เราต้องเผชิญกับวิกฤติ ไม่ใช่เพราะเราหา ‘อาสาสมัคร’ ไม่พบ ตรงกันข้าม เรามีอาสาสมัครเต็มไปหมด แต่เรากลับไม่มีงานเพียงพอให้อาสาสมัครเหล่านั้น

โลกใบนี้ไม่ได้ต้องการคนที่อุทิศชีวิตเพื่อคนอื่นๆ และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนทำความดี …สังคมนี้ก็เช่นกัน

อย่างไรเสีย มีแต่คนที่ลองได้อุทิศตนเพื่อคนอื่นๆ เป็นวิถี เป็นมรรคาของชีวิต จึงจะซาบซึ้งว่า ชีวิตมีอรรถรสเพียงใด

สังคมเราโชคดีที่ยุคสมัยหนึ่ง เป็นสมัยแห่งการคิดจะทำ ‘ความดี’

หนุ่มสาวต่างแสวงหาความหมายของชีวิต

มีคำถามเป็นดั่งจอบเสียมถากถางทางเพื่อหาสัจจะ

มีศรัทธาเป็นดั่งภักษาหารสร้างพลังให้ก้าวย่าง

และมีชีวิตเป็นดั่งธุลี เพื่อถมทางให้คนอื่นได้ก้าวเดินไปสู่ ‘สัจจะ’ และสังคมใหม่

ไม่รู้เพราะแบบนี้หรือไม่ เราจึงเรียกคนเหล่านี้ว่า ‘คนเดือนตุลา’

เราอาจจะโชคร้าย ที่โลกมันหมุนเร็วกว่าที่เราจะก้าวเดินให้ถึงสัจจะ อย่างไรเสียเราอาจจะเหลือโชคพอปลอบใจยุคสมัยอยู่บ้าง หากหัวใจที่เคยมุ่งหมายถึง ‘สังคมที่ดีกว่า’ ยังคงเป็นหัวใจดวงเดิมครั้งอยู่ในวัยวันอันหนุ่มสาว

คำถามมีว่า วันนี้ หัวใจเหล่านั้น ยังคงเป็นดวงเดิมหรือไม่

คนเดือนตุลาวันนี้ จึงอาจจะไม่ใช่คนเดือนตุลาวันนั้น และคนเดือนตุลาวันนั้น อาจจะหลุดหายไปพร้อมกับโลกที่หมุนเหวี่ยงเร็วขึ้นแล้วก็ได้

ภายใต้ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความเร่ง และเวลา…คนที่หลุดหายไปเพราะแรงเหวี่ยงของโลก ตามไม่ทันสมัย เชย หรือเฝ้าใฝ่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่า กระทั่งอุทิศชีวิตตนเพื่อคนอื่นๆ ที่เหลือ หัวใจของเขาจึงยังหนุ่มยังสาวอยู่เสมอ


เลือกคำสั่ง

ข้อมูล

ใส่ความเห็น