ชีวิตบนถนน

8 06 2007

ขออภัยเถิด ตั้งชื่อบันทึกชิ้นนี้เพื่อให้มันเหมาะกับงานที่จะเก็บ เพราะชีวิตในเมืองนั้นต้องใช้ทั้งทางหลัก และทางรอง มันบอกไม่ได้หรอกว่า อะไรสำคัญกว่า จำได้ว่าเขียนงานชิ้นนี้ขึ้นเพื่อลงใน way ฉบับที่ 7 เพราะเกิดอาการหมั่นไส้เต็มทนกับ กระแสทางเลือก ที่ใช้ “อำนาจ” กดเสียงส่วนใหญ่และก่นด่าทางหลักไปซะทั้งหมด ทั้งๆ เกินกว่าครึ่งชีวิตเที่ยวไปคุยกับเด็กๆ เรื่องเสียงข้างมากข้างน้อยมาตลอด พยายามให้คนส่วนใหญ๋ปกป้องเสียงข้างน้อย เคารพเสียงข้างน้อย มาวันนี้คนไม่เท่าไรมีอำนาจเหนือบ้านเมือง เลยงง และเจ็บปวดไม่หาย

…………………….

ทางเลือก ทางหลัก
(ปลายเดือนมีนาคม)

คนหลายคนในโลกใบนี้ มีอายุยืนยาวอยู่ในความทรงจำของมนุษยชาติหลายพันหลายร้อยปี ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาไม่ยอมเดินตามโลกอย่างเชื่องๆ และไม่เพียงแต่ไม่เดินตาม จะมากจะน้อยคนเหล่านี้ต่างก็เดินสวนทางกับความคิดความเชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ด้วยกันทั้งสิ้น

โลกที่แบนราบ พลันเปลี่ยนเป็นดวงดาวทรงกลม โลกที่เคยเป็นศูนย์กลางจักรวาล พลันเปลี่ยนเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินธรรมดาๆ ดวงหนึ่ง ทั้งหมดนี้เริ่มด้วยคนเพียงคนเดียวที่หาญกล้าออกมาทายท้าความจริงที่ถูกกำหนดขึ้นด้วยอำนาจแห่งศาสนาจักร ผู้กำหนดว่า อะไรคือดี อะไรคือเลว อะไรคือคุณธรรม อะไรคือบาป

โลกซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดา มนุษย์ และภูติผีโดย ‘ธรรมชาติ’ ก็พลันกลายเป็นโลกใบเดียวกัน ที่ซึ่งมนุษย์ทุกคนต่างก็มีศักดิ์มีศรีเท่าเทียมกัน โลกที่ไม่มีใครมาจากสกุลเทพ ไม่มีใครสืบสายตระกูลมาจากนรก โลกแบบนี้ก็สร้างขึ้นโดยคนหาญกล้าไม่กี่คนที่ท้าทายอำนาจการปกครอง

ไม่ต้องพูดเรื่องเสียงข้างน้อย-เสียงข้างมาก เพราะเพียงแต่ความกล้าหาญของคนเพียงคนเดียวที่จะพูดและคิดในสิ่งที่เขาเชื่อ ก็อาจเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อของคนอีกพันล้านคนที่เหลือบนโลกใบนี้ได้

ทว่า…จะมีสักกี่คนที่จะยืนยันความคิดความเชื่อ และทนกับความแปลกแยกที่กัดกินหัวใจของเขาอยู่ทุกขณะได้ในระหว่างที่อยู่ในซีกฝ่ายของคนส่วนน้อย

และจะมีสักกี่คนที่จะตระหนักได้ถึงความสำคัญของ ‘ความพยายามค้นพบ’ มากกว่าการเห็นความสำคัญของ ‘สิ่งที่ค้นพบ’

เพราะที่สุดในวันที่โลกเปลี่ยน ทางเลือกได้กลายเป็นทางหลัก โลกกลมกลายเป็นโลกจริง และเบียดขับโลกแบนจากกระแสหลักเดิมให้ต้องอุดอู้อยู่กับอดีตและความล้าสมัยไดโนเสาร์เต่าล้านปี

จะมีสักกี่คนที่จะตระหนักได้ถึงความสำคัญของ ‘ความพยายามค้นพบ’ มากกว่าการเห็นความสำคัญของ ‘สิ่งที่ค้นพบ’

แท้จริงแล้ว ‘สิ่งที่ค้นพบ’ นั้นอาจมีหลายแบบ แต่ ‘ความพยายามค้นพบ’ ว่าไปแล้ว จะปรุงแต่งให้แตกต่างหลากหลายอย่างไรก็ล้วนมีแบบเดียว คือมาจากศรัทธาและความเชื่อว่า ชีวิตพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้

มนุษย์ 6,000 ล้านคนบนโลกใบนี้ ล้วนแต่เติบโตมาในน้ำ ดิน อากาศ ที่มีธาตุ มีอุณหภูมิแตกต่างกัน ไม่มี ‘สิ่งที่ค้นพบ’ ใด ที่จะเป็นตัวแทนของการค้นพบอิสรภาพและความจริงที่เติมเต็มจิตวิญญาณอันแห้งกระหายให้กับทุกคนบนโลกได้

โลกจึงมีหนทางเต็มไปหมด มีความคิดความเชื่ออยู่ในทางนั้นเป็นกระแสสาย เป็นทางหลักหนึ่งทาง ทางสายรองอีกมากมายมหาศาล โดยมีเราใช้ชีวิตว่ายวนอยู่กับทั้งทางหลักและทางรอง

ทางรอง อาจดูเปลี่ยวเหงา แปลกแยก ทว่า เต็มไปด้วยความหวัง ตื่นใจ ชวนตื่นรู้ และเป็นที่ที่มีความใฝ่ฝันให้ได้ลิ้มลอง

กระนั้น ทางหลักก็หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมหาศาล ต่อให้น่าเบื่อ เต็มไปด้วยความมืดทึบอย่างไร ทางหลักนั้นก็ได้สร้างระบบระเบียบให้การอยู่ร่วมกันและสร้างความรู้สึกมั่นคงให้กับผู้คนส่วนใหญ่ และบางทีเป็นจริง ‘กินได้’ เสียยิ่งกว่าทางรองอันเย้ายวนใจเสียอีก

ทางเลือก ทางหลัก จึงไม่ได้มีอะไรด้อย หรือเลวร้ายไปกว่ากัน

ไม่มีหลัก ก็ไม่รู้จักเลือก ไม่มีทางหลัก ก็ไม่ทางรอง ไม่รู้จักเดินบนทางสายรอง ก็ไม่รู้จะสร้างสรรค์ทางหลัก หรือเปลี่ยนแปลงมันได้อย่างไร

ทางหลัก ทางรอง หรือทางเลือก จึงมีหน้าที่ของมันในการ ‘แสวงหา’ ความจริง และการ ‘ค้นพบ’ เพื่อให้เหมาะกับผู้คนทุกธาตุ ทุกอุณหภูมิ

ไม่ว่าใครจะค้นพบอะไร มันก็แค่โลกแบน หรือโลกกลม หรือวันหนึ่งอาจจะเป็นความว่าง หรือกลวงเปล่า

ความพยายามค้นพบต่างหาก ที่บางทีอาจจะจริง เป็นอิสรภาพ เสียยิ่งกว่าสิ่งที่ค้นพบเสียอีก


เลือกคำสั่ง

ข้อมูล

ใส่ความเห็น